About Us Our Services Rooms Articles News & Activities Brochure Our Branches
Contact Us

มะเร็งระยะสุดท้าย ไม่จำเป็นต้องเจ็บปวด

11 Jun 2026

       เมื่อได้ยินคำว่า "มะเร็งระยะสุดท้าย" สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวของใครหลายคนมักจะเป็นภาพของความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวดเจียนตาย หรือเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้ป่วย จนทำให้ทั้งตัวผู้ป่วยเองและญาติพี่น้องต่างตกอยู่ในภาวะวิตกกังวล เครียด และหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต



       แต่ในความเป็นจริงของทางการแพทย์ยุคปัจจุบัน มะเร็งระยะสุดท้าย ไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดหรือทรมานเสมอไป จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่น่ากลัวนี้ ให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบ ได้ร่ำลา และจากไปอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์? บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ "การดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย" ที่ช่วยดีไซน์วาระท้ายให้เจ็บปวดน้อยที่สุดกันครับ


ทำไมมะเร็งระยะสุดท้าย ถึงไม่จำเป็นต้องทรมาน ?

       ภาพความทรมานในอดีตเกิดจากความเข้าใจที่ว่า "ต้องยื้อชีวิตให้ถึงที่สุด" แต่ในปัจจุบัน วงการแพทย์มีแนวทางการดูแลที่เรียกว่า "การดูแลแบบประคับประคอง" (Palliative Care) ซึ่งเน้นไปที่การบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยเป็นหลัก ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ


1. การจัดการความเจ็บปวดด้วยการแพทย์สมัยใหม่

   ปัจจุบันแพทย์มีเครื่องมือและยาแก้ปวดที่มีประสิทธิภาพสูง (เช่น กลุ่มมอร์ฟีน) ซึ่งสามารถควบคุมอาการปวดในผู้ป่วยมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์ เป้าหมายไม่ใช่การรักษาโรคให้หาย แต่คือการทำให้ผู้ป่วย "ไม่ปวด" และสามารถใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายได้อย่างสบายที่สุด


2. การดูแลที่เน้น "คุณภาพชีวิต" มากกว่า "การยื้อเวลา"

       หลายครั้งความทรมานไม่ได้เกิดจากตัวโรค แต่เกิดจากการรักษาที่เกินความจำเป็นในระยะที่ร่างกายไม่รับแล้ว เช่น การปั๊มหัวใจ (CPR) การเจาะคอ หรือการใส่ท่อช่วยหายใจ การแพทย์แบบประคับประคองจะเลือกงดเว้นการหัตถการที่สร้างความเจ็บปวดเหล่านี้ หากมันไม่ได้ช่วยให้ผู้ป่วยหายดี แต่กลับสร้างความทรมานเพิ่มขึ้น


จะดีกว่าไหมถ้าเลือกได้? วิธีวางแผนรับมือเพื่อวาระสุดท้ายที่สงบ

       สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความตาย แต่คือ "การที่เราไม่ได้เลือก" ในยามที่วิกฤตที่สุด หากผู้ป่วยหมดสติหรือไม่สามารถสื่อสารได้ ภาระการตัดสินใจทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่ลูกหลาน ซึ่งบ่อยครั้งนำไปสู่ความขัดแย้งในครอบครัว หรือการตัดสินใจที่ขัดกับความต้องการลึกๆ ของผู้ป่วย


ดังนั้น การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้:

  • พูดคุยกับครอบครัวอย่างเปิดอก: บอกเล่าความต้องการในวาระท้ายว่าอยากได้รับการดูแลแบบไหน อยากอยู่โรงพยาบาลหรืออยากกลับไปบ้าน
  • ปรึกษาทีมแพทย์ Palliative Care: เพื่อวางแผนการระงับปวดและการดูแลที่บ้านล่วงหน้า
  • ทำ "พินัยกรรมชีวิต" (Living Will): เอกสารแสดงเจตนาล่วงหน้าเกี่ยวกับการรับบริการสาธารณสุขในวาระสุดท้ายของชีวิต ตามกฎหมายมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ

ออกแบบช่วงเวลาสุดท้ายด้วยความ "เบาใจ"

       มะเร็งระยะสุดท้ายอาจเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ "เราเลือกที่จะไม่ทรมานได้" การวางแผนล่วงหน้าไม่ใช่การแช่งตัวเอง หรือการยอมแพ้ต่อโชคชะตา แต่มันคือความรักและความรับผิดชอบต่อตัวเองและคนข้างหลัง เพื่อให้มั่นใจว่าวันสุดท้ายของเราจะเป็นไปอย่างสงบ งดงาม และเต็มไปด้วยความทรงจำที่ดี


เริ่มต้นเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้กับ "สมุดเบาใจ"

       หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยที่จะช่วยให้การวางแผนวาระท้ายเป็นเรื่องง่าย นุ่มนวล และชัดเจน "สมุดเบาใจ" คือสมุดวางแผนการดูแลรักษาตัวเองล่วงหน้า (Advance Care Planning) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณได้ทบทวน บันทึกความปรารถนา และสื่อสารความต้องการในวาระสุดท้ายถึงคนที่คุณรักอย่างเป็นระบบ ไม่ต้องปล่อยให้คนข้างหลังต้องเดาใจในยามยาก... ร่วมสร้างวันสุดท้ายที่สงบและเบาใจไปด้วยกัน